[MaiCar] รีวิว Tesla Model X 90D in UK ภาษาไทย Thai vocal review

This site is reader-supported. When you click through links on our site, we may be compensated.

*กด SHOW MORE เพื่ออ่านสิ่งที่ผมไม่ได้พูดในวีดีโอแต่อยากบอก*
รีวิวภาษาไทย Tesla Model X 90D 6 Seaters SUV ขับจริงในประเทศอังกฤษ 1 วัน รีวิวตามจริงว่ากันไปตามเนื้อผ้า
*อันนี้เป็นวีดีโอรีวิวรถอันแรกของผมที่ทำ ถ้ามีอะไรติดขัดหรือไม่ดีก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

สิ่งที่ไม่ได้พูดในวีดีโอแต่อยากบอก (พอทำวีดีโอเสร็จถึงรู้ว่าลืมพูดถึงไปหลายอย่างเหมือนกัน 55)
– ตอนนี้ รุ่นย่อย 90D เลิกผลิตไปแล้วและแทนที่ด้วยรุ่นย่อยใหม่ 100D ที่ความจุแบตมากขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น และเร่ง 0-100 km/h เร็วกว่า 0.1 วินาที
– รุ่นที่ขับนี้เป็นรุ่น 6 ที่นั่ง เวลาซื้อก็สั่งได้ว่าจะเอา 6 หรือ 7 ที่นั่ง
– Tesla ไม่ใช่รถเทพเจ้า ถึงแม้ว่ารวมๆ ผมขับแล้วชอบ แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันก็เป็นรถธรรมดารุ่นนึงที่มีข้อเสียอยู่หลายจุดเหมือนกันครับ
– ก่อนหน้า Nissan Leaf ที่เป็นรถ EV ที่เริ่มประสบความสำเร็จด้านยอดขาย ถ้าจะย้อนประวัติ EV จริงๆ ต้องพูดอีกยาว เพราะรถ EV มีการคิดค้นมาตั้งแต่ยุคที่ประดิษฐ์รถสมัยแรกๆ แล้ว แต่ถูกรถน้ำมันแซงหน้าเรื่องประสิทธิภาพไปก่อน และหลังจากนั้นก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ แต่ถูกใช้ในวงจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพและราคา
– ตอนนี้ หลังจาก Model X แล้ว Tesla มีรถใหม่มาอีกหลายรุ่น ทั้ง Model 3, Roadster Gen 2 และ Semi Truck
– Tesla Roadster เป็นรุ่นเดียวกับที่ Elon ส่งขึ้นจรวดไปโคจรรอบโลก เป็นรถผลิตเพื่อใช้งานบนโลกรุ่นแรกที่ส่งไปอวกาศ
(ความจริงก็มีรถ Lunar Rover ที่ใช้บนดวงจันทร์มานานแล้ว แต่นั่นเป็นรถทำเฉพาะกิจให้ใช้บนอวกาศตั้งแต่แรก)
– ไม่มีระบบ Head-up display ที่กระจกหน้า
– ไม่มีสวิตซ์เบรกมือแบบรถทั่วไป
– สวิตซ์ไฟฉุกเฉินเล็กมากกก และอยู่ค่อนข้างหลบมุม
– หัวฉีดน้ำล้างกระจกหน้า อยู่ในใบปัดน้ำฝนเลย
– ช่วงล่างเป็นแบบ air suspension ปรับความสูงได้ นิ่งและนิ่มนวลมากกก
– ไม่มีระบบ Smart entry!!! ยังไงก็ต้องหยิบรีโมทมาปลดล็อกเพื่อสตาร์ทรถ
– การดับเครื่อง คือเดินออกจากรถแล้วกดล็อกรถที่รีโมทเลย เพราะไม่มีปุ่มสตาร์ทในรถ
– ถ้าเข้าเกียร์ P แล้วจอดรถไว้สักพัก จะต้องกดปลดล็อกรถที่รีโมทอีกครั้งก่อนขับ
– ไฟสูงเป็นแบบ Adaptive พอรถสวนมาก็จะลดเป็นไฟต่ำเอง
– ประตูรถสามารถเปิดได้ผ่านหน้าจอกลาง และแค่ดึงมือเปิดภายในทีเดียว ประตูจะเปิดจนสุดเอง
– หน้าจอกลางคือทุกสิ่ง ปรับแอร์ เครื่องเสียง ประตู ช่วงล่าง ฟังก์ชั่นทุกอย่างในรถที่นี่
– กล้องหลังเลือกให้แสดงตลอดเวลาบนจอกลางตอนรถวิ่ง เป็นเหมือนกระจกมองหลังก็ได้ แต่ระยะจะหลอกตา
– Bluetooth ไม่แสดง list เพลงทั้งหมดบนหน้าจอ ต้องกดเปลี่ยนเพลงไปเรื่อยๆ
– เครื่องเสียงถ้าปรับ Equalizer เป็นกลางทุกอย่าง คุณภาพเสียงก็เฉยๆ แต่พอปรับ Bass สักแถวๆ ระดับ 3-4 ก็โอเคขึ้นมาหน่อย แต่เครื่องเสียงรวมๆ ก็ไม่ได้โดดเด่นมาก
– ตะแกรงลำโพงบนแผงหน้าปัด ยาวทั้งแถบตลอดความยาวหน้าปัด แล้วสะท้อนกับกระจกหน้าเวลาแดดจัดๆ (ภาพนาที 2:59)
– การชาร์จ 1 ชม. ครึ่งด้วย supercharger จะได้ไฟเต็ม 80% ของความจุแบตแล้วหยุด จะไม่ได้ชาร์จเต็ม 100%
– เวลากำลังชาร์จ ตัวรถจะล็อกสายชาร์จเอาไว้ จะถอดสายชาร์จต้องไปกดปุ่มที่หน้าจอเพื่อปลดล็อกสายชาร์จ

*ความหมายของรุ่นย่อย Tesla เช่น 75, 90D, P100D
P (ถ้ามี) คือ Performance (ตัวแรง) ถ้าไม่มีขึ้นต้นตัว P ก็เป็นรุ่นปกติที่ไม่แรงมาก แต่แค่รุ่นปกติก็แรงกว่ารถ 90% บนท้องถนนแล้ว 555
ตัวเลข คือ ความจุแบตหน่วยเป็น kWh
D (ถ้ามี) คือ Dual motor มีมอเตอร์ทั้งเพลาหน้าและเพลาหลัง ก็คือขับเคลื่อน 4 ล้อ

ขอบคุณที่อุตส่าห์ทนรับชมและอ่านข้อความจนจบครับ

Advertisements

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.